ผ่านไปหนึ่งวัน ต๊าย ไวเหมือนโกหก ถึงเวลาสร้างความไร้สาระเป็นสาระอีกแว้ว ( มันจะเป็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้อ่าน หากไม่เป็น อิฮั๊น แช่ง!!!) แห่ะๆ ขำๆค่ะขำๆ

 

                หลังจากที่เห็นสุดสวาทขาดใจดิ้นที่บ้านกำลังเล่นอยู่กับโปรตีนเสริม ที่มันมักจะโด๊ปทุกวันเพื่อความงามของมันนั้น จึงฉุกคิดได้ว่า เอาตัวนี้แหละฟระ โดนดี

 

                                          

คำเตือน: หญิงขวัญอ่อน และชายจิตตก ควรได้รับกำลังใจในการอ่านโดยการจับมือคนข้างๆไว้

 

สิ่งมหัศจรรย์ของโลกตัวนี้คือ  ปีเตอรรรรรรรรรรรรรรรร์  ถูกต้องค่ะท่านผู้ชม 

 

                            

 

.....พอดีได้ไอเดียมาจากนังปีเตอร์อีทเต้อที่บ้าน กินเป็นประจำหลังอาหารเช้าเย็นถึงว่า ขนนุ๊มนุ่ม เพราะ กินโปรตีนเสริมนี่เอง  (ว่างๆจะลองบ้าง กรุบๆ)

 

       จะว่าไป แมลงสาป(ส่ง) หรือที่เรามักเรียกกันว่าปีเตอร์นั้น (ติดมาจากหนัง) ถือว่าเป็นสัตว์ดันดำบึก อ้าวงง  ดึกดำบรรพ์ ง่ะ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยไดโนเสาร์โน่นนน แปลกมั้ย ทำไมมันยังอยู่?

 

      ปีเตอร์นั้นทั่วโลกมีอยู่ประมาน 4000 กว่าชนิด น้อยไปมั้ย ตอนแรกนึกว่ามีประเภทแบบที่บ้านเราแบบเดียว  แต่ไอ้ที่วนเวียนอยู่ในบ้านเรานั้นก็ปาเข้าไป 30 ชนิดแล้วค่ะคู๊น เหอๆๆ ได้ไปแอบดูปีเตอร์นอกมา  มันก็ขนาดตามฝรั่งอ่ะ ประมาณแมงดาบ้านเรา  ซึ่งแต่ละชาติตระกูลของมันนั้นก็มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของมันแตกต่างกันไป แต่จัดอยู่ในสัตว์ประเภทที่เรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Blattaria ซึ่งคือสัตว์จำพวกแมลง ที่มีลักษณะตัวแบนๆ เป็นวงรี หัวมีเกาะกำบัง มีหนวดเป็นเสาอากาศ และก็ขาเรียวเล็กงดงาม อ้อ ที่สำคัญ ที่ขาจะมีหนาม  เหมาะกับการวิ่งเป็นที่สุด (สามารถสังเกตุได้ตามพื้นครัวในบ้าน)

 

แบบคร่าวๆวงจรชีวิตปีเตอร์

 

                                                               

บรรดา Blattaria  มีจุดร่วมคือ

หนึ่ง    มีขนาดประมาน นิ้วโป้งเรา

สอง    ชอบที่อยู่ ที่อุ่นๆชื้นๆ  เหมาะกับการเจริญเติบโตเป็นอนาคตของชาติปีเตอร์ยิ่งนัก

สาม    วิ่งเร็ว (เร็วกว่าฝ่าเท้าเรา)

สี่        ชอบอาหารจำพวกไขมัน และแป้ง  ( อันนี้ลักษณะคล้ายเจ้าของบล็อก)

ห้า      หน้าตาน่าเกลียดน่าชังเหมือนกันหมด

 

ทีนี้ ลักษณะเฉพาะเจาะจงของ ปีเตอร์ ก็ มีอยู่ไม่เยอะเท่าไรนัก คือ

หนึ่ง  มีเส้นประสาทอยู่ทั่วร่างกาย ไม่ใช่ที่กระหม่อม จึงสามารถ วิ่งเดิน  หายใจ โดยไม่ต้องให้สมองสั่ง

สอง   ไม่มีเส้นเลือด (บริจาคเลือดไม่ได้)

สาม   มีสัญชาตญาณในการบอกเรื่องของธรรมชาติ  โดยเฉพาะ แผ่นดินไหว (นักพยากรณ์อากาศอาจโดนแย่งงาน

            ได้) ความสามารถเฉพาะตัว

สี่         เดินไต่กำแพงได้ (ญาติฝ่ายซ้าย สไปเดอร์แมน)

ห้า       ปีเตอร์ยักษ์ มักชอบเดินเล่นชมบ้านมากกว่าปีเตอร์เด็ก

หก         สามารถอดอาหาร ได้หนึ่งเดือน อดน้ำได้หนึ่งอาทิตย์ (เจ้าของบล็อก อดอาหารได้สามนาที)

เจ็ด      อยู่โดยไม่มีหัวได้หนึ่งอาทิตย์ (ความสามารถเฉพาะตัวห้ามเลียนแบบ) อย่างที่บอก มันไม่มีเส้นเลือด เลย

           ไม่ เสียเลือดเยอะ อีกทั้ง ไม่ได้ใช้หัวหายใจ แถม ไม่มีความดันเลือด  แต่จะชีวาวายเพราะขาดน้ำ เนื่องจาก

            ไม่มีปากไว้กินน้ำนี่เอง

แปด      ปีเตอร์ตัวเมีย ชอบตัวผู้ที่อ่อนแอกว่า ไม่ชอบพวกเจ้าบงการ ขณะจึ๊กกะดึ๋ย (อารามว่าพี่ไม่ต้องน้องทำเอง)

เก้า         ปีเตอร์ตัวเมีย จึ๊กกะดึ๋ยครั้งเดียว ท้องได้ตลอดศก

สิบ         ส่วนใหญ่ตายเพราะนอนหงาย  เนื่องด้วยตัวมันแบน พอหงายปั๊บ กลับคืนที่ไม่ได้ เดินไม่ได้ แล้วจะหา

               กินยังไง  เน้นเฉพาะในเขตบ้านคน (กรณีบ้านสะอาด ไม่มีของระเกะระกะ ให้มันคว้าแล้วพลิกตัวได้)

สิบเอ็ด    เวาลาวิ่งใช้สามขา  (ที่เหลือกอด อกไว้)

สิบสอง   นักเปลี่ยนทิศทางแห่งชาติ  มันสามารถหักเหเส้นทางการวิ่งได้ 25 ครั้ง ต่อหนึ่งวินาที (ไม่ว่าจะหลบยังไง

                ก็หนีไม่พ้น)

สิบสาม   แช่แข็งแล้วไม่ตาย

สิบสี่       ดำน้ำได้ 40 นาที (ขั้นเทพ)

สิบห้า     75% ของแต่ละวัน นอนนนนนนน  (อยากเป็นปีเตอร์ขึ้นมาทีเดียว)

สิบหก    ปีเตอร์ยักษ์ จะมีขนาด หกนิ้ว กางปีกแล้วจะอยู่ที่ สิบสองนิ้ว (เจี๊ยก  ใหญ่จัง)

สิบเจ็ด    ไม่มี ......จบแระ

                                  

               หลังจากที่ไปลองขุดๆคุ้ยๆมานั้น  ไอ้เจ้าปีเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนโน้น หรือในปัจจุบันนั้น  มีลักษณะเหมือนเดิม  คือ เธอไม่ชอบเปลี่ยนคงเส้นคงวา หน้าตาขี้เหร่ไง ก็ขี้เหร่งั้น ซึ่งทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า ภาวะหยุดนิ่ง หรือ stasis คือ มีวัฒนธรรมของตัวเอง ไม่ชอบตามกระแส  ยึดมั่นในกลุ่มชาติพันธ์  และเมื่อกล่าวถึง โลกร้อนๆ  ต๊าย  มันชอบอากาศร้อนๆ ชื้นๆ (เปอร์เซ็นน้ำท่วมโลกมีสูง) เลยเข้าทางมันซะ จึงเป็นที่มาของการดำรงอยู่ของปีเตอร์จวบจนทุกวันนี้  ซึ่งหมายความว่า หากเราจะอยู่ยงคงกระพันแบบมัน อาจจะต้องลองหัดไต่กำแพง และฝึกการหันเหทิศทางให้ได้ 25 ทิศต่อ...นาทีแล้วกัน  ไว้หนีน้ำท่วม เพื่อความอยู่รอด

 

    ไหนๆก็ไหนๆ แถมวิธีการกำจัดปีเตอร์ไว้เลยดีกว่า ได้มาจากฟอเวิดเมวที่ไม่สามารถจำได้ว่าได้มาเมื่อใด

วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่จิตใจด้านชา หากเป็นคนขวัญอ่อน มิควรใช้ จิขอเตือน

 

    นำขวดเฮสบลูบอยที่เกือบหมด เน้น เกือบหมด หมายความว่ายังเหลืออยู่ ซักประมาน ครึ่งเซ็นก้อได้ นำขวดนั้นมาโชลมน้ำมันหมูที่บริเวณปากขวด และขอขวดด้านใน  หลังจากนั้น รอเวลาฟ้ามืด นำขวดไปวางไว้กลางห้องที่คิดว่ามีปีเตอร์มาจับจองสำมะโนครัว เดินกลับไปที่ห้องนอนตัวเอง แล้วนอนรอยันเช้า เมื่อตื่น ค่อยๆย่องไปที่ห้องของปีเตอร์ หากมีปีเตอร์สิงอยู่ในห้องนั้น มันจะไปรวมตัวกันอยู่ในขวด ยั๊วเยี๊ย  ยั๊วเยี๊ย ยั๊วเยี๊ย  แต่ มันจะไม่ได้ แนะนำว่าให้ไปปล่อยตามสะดวก พร้อมกรวดน้ำให้ด้วย จิได้บุญยิ่ง  วิธีนี้ไม่ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อิอิ

 

 

ทิ้งท้ายยยยยย

 

                    

 

 

 

 

 

ที่มาผู้สนับสนุนที่ให้ข้าพเจ้าฝึกปรือการเปิดดิคอย่างช่ำชอง :

http://www.asktheexterminator.com/cockroach/Cockroach_Species.shtml

http://www.entomologicalillustration.com/portfolio55CockroachLifecycle.html

 

edit @ 1 Sep 2009 21:16:14 by Lalagirl

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เข้ามากรี๊ดดดด ตกใจปีเตอร์ค่ะ sad smile sad smile sad smile
แล้วก็มากรี๊ด Dr. Cockroach ปีเตอร์ตัวเดียวที่ชอบ

ขอบคุณนะคะที่ทำให้ได้รู้จักปีเตอร์มากขึ้น
แต่ฝากบอกปีเตอร์ด้วยนะคะว่าอย่ามาให้เห็นหน้า

หนูกลัวววววค่ะ sad smile

#1 By "KO, i'm OK" on 2009-09-01 21:26

แอ๊กกกกปีเตอร์ ไม่มมมมนะ เค้ากลัววว

อ่านรายละเอียดแล้วเราจะไม่วางอาหารให้มันกินและนะ

เดี๋ยวจะลองเอาขวดน้ำหวานไปลองทำดูอย่างที่แนะนำด้วยย

#2 By Spicy NP on 2009-09-01 21:32

โห สาระมากๆๆ ไม่เคยคิดเลยว่านู๋เตยจะสนใจชีวประวัติของปีเตอร์ขนาดนี้ big smile

#3 By (111.84.87.148) on 2009-09-01 21:46

ขนลุก!!
ปีเตอร์นี่มันหนังเหนียวจริงๆ แถมญาติเยอะอีกต่างหาก
พระเจ้า ปีเตอร์ ช่วย!!!

#4 By Dobby (58.11.59.163) on 2009-09-01 21:48

อ๊ายยยยย
รูปซูมได้ใจค่ะ 555

ความรู้ใหม่ เกี่ยวกับสัตว์ใกล้ตัวที่ไม่อยากใกล้สักเท่าไหร่
รู้จักมันมากขึ้น แต่ไม่รักมันมากขึ้นเลย 555


((ชอบตรงที่บอกว่า เจ้าของบล็อก อดอาหารได้สามนาที))

open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#5 By *~ happyah ~* on 2009-09-01 22:08

ประหลาดแท้ ทั้งคนเขียนและเรื่องราว???

#6 By nan (210.19.133.124) on 2009-09-01 22:58

เกลียดเวลาปีเตอร์มันบิน มันชอบบินมาหาคนที่กลัวมัน เช่นผม แงๆ

#7 By Navigatorsun on 2009-09-02 10:27

เจ้าปีเตอร์ อยู่ไกลๆก็พอได้ เข้ามาวิ่งผ่านใกล้ๆก็ยังพอไหว แต่อย่าริบังอาจบินเชียวนะแก ไม่งั้นล่ะก็... ชั้นก็กลัวน่ะสิ sad smile

#8 By littlebud (58.9.237.133) on 2009-09-02 16:38

เหงแล้วจาอ้วกกานเรยทีเดียว
แกคิดถึงคนกัวบ้างมะ
ว่าแต่ว่าวันนี้ชั้นเพิ่งตีตายไปตัวนึง
อโหสินะคะคุนปีเตอร์

#9 By ntwin (125.25.185.218) on 2009-09-03 21:39

เพิ่งเข้าใจชีวิตปีเตอร์นะเนี่ย แต่ก็ยังไม่อยากใกล้ชิดสนิทสนมด้วยนะ ลองนึกถึงตอนที่อยู่ในห้องน้ำ คิดดูนะ ห้องแคบๆ แล้วเตอร์ย่องมาใกล้ๆ หืมมม..จาขนลุกขนพองขนาดหนายยย.... แล้วยิ่งเค้าโบยบินด้วยแล้วล่ะก็ อุแม่เจ้า!!! ถึงกับต้องยืมท่าพี่ Keanu Reeves ในเมทริกซ์มาใช้กันเลยทีเดียว

#10 By kratainoi on 2009-09-03 23:31